หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
สองวันก่อน บริษัท ฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด ที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว หุ่นยนต์อาซิโมรุ่นใหม่ (ASIMO: Advanced Step in Mobility) อาซิโมสามารถทำงานในสิ่งแวดล้อมจริงๆ และอยู่ร่วมกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน เมื่อเปรียบเทียบหุ่นยนต์อาซิโมรุ่นก่อนๆ หุ่นยนต์อาซิโมรุ่นใหม่นี้ได้พัฒนาความสามารถในการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น สามารถเดินไปพร้อมกับเกี่ยวก้อยจูงมือกับมนุษย์ได้ และยังเพิ่มความสามารถในการขนย้ายสิ่งของโดยใช้รถเข็นทุ่นแรงได้อีกด้วย | ||||
ยิ่งไปกว่านั้น ทีมวิศวกรฮอนด้าได้ปรับปรุงระบบการควบคุมส่วนกลางทั้งหมดจนทำให้อาซิโมสามารถทำงานต้อนรับแขกหรือผู้มาเยือน การให้ข้อมูลข่าวสารและบริการส่งของได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อาซิโมตัวใหม่นี้วิ่งได้เร็วถึง 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังสามารถวิ่งเป็นวงกลมได้อีกด้วย ขอย้อนกลับไปใน ค.ศ. 1995 ขณะที่นักวิจัยตามห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังง่วนอยู่กับงานวิจัยพื้นฐานด้านการเคลื่อนที่แบบพลศาสตร์ของหุ่นยนต์สองขาอยู่นั้น ฮอนด้าได้เปิดตัว หุ่นยนต์สองขาเสมือนมนุษย์: Humanoid (P2) ตัวแรกของโลกซึ่งเป็นพี่ชายของอาซิโม หุ่นยนต์ลักษณะนี้มีอยู่ในความฝันของนักวิจัยหลายท่านรวมทั้งตัวผมด้วย และได้คาดหมายว่าจะได้เห็นในอีก 50 ปี ข้างหน้า ตอนนั้นผมคิดว่าทางฮอนด้า ล้อเล่น โดยใช้มนุษย์สวมชุดหุ่นยนต์มาเดินหลอกชาวบ้านเหมือนในภาพยนตร์ญี่ปุ่น พอรู้ว่าเป็นหุ่นยนต์จริงๆ ก็ละอาย หน้าแตก เพราะตนหลงเพลินยึดมั่นกับสมการคณิตศาสตร์ที่ชี้ชัดว่าการเดินแบบพลศาสตร์ให้ได้อย่าง P2 นั้นเป็นไปได้ยากมาก การเดินแบบนี้คงทำได้โดยการ Simulationในจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น เราทั้งคิดและพูดตามๆกันอย่างนี้ที่งานประชุมสัมมนานานาชาติด้านหุ่นยนต์ทั่วๆไป อย่างไรก็ตาม กุศลจิต ก็แทรกตัวบังเกิดขึ้นทันที อนุโมทนาในความสำเร็จและชื่นชมในความสามารถทางเทคโนโลยีของฮอนด้า รู้สึกปีติยินดี ว่าเราไม่ต้องรออีก 50 ปี ที่จะมี Humanoid งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์สามารถนำมาต่อยอดกับหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ทันที ความฝันที่จะทำให้หุ่นยนต์อยู่ร่วมและเกื้อกูลกับมนุษย์ เป็นเพื่อนกับมนุษย์จึงเริ่มเป็นจริงขึ้นมา อันนี้ก็เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของฮอนด้าที่ต้องการสร้างให้อาซิโมฉลาดและดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์เราอยู่ได้โดยมีความสามารถในการตัดสินใจให้คลอบคลุมตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างมีเหตุผล |
||||
1.ความสามารถในการต้อนรับหรือให้ข้อมูลอย่างอัตโนมัติ |
||||
ฮอนด้าได้กำหนดแสดงหุ่นยนต์อาซิโมรุ่นใหม่นี้ประมาณเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน พ.ศ.2549 ที่ตึกฮอนด้าวาโก หุ่นยนต์อาซิโมนี้จะถูกสร้างสำหรับการเช่าเพื่อโฆษณาสินค้าด้วย เทคโนโลยีที่ได้รับจากการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์อาซิโมนี้ ได้แก่เทคโนโลยีการควบคุมการวางท่าทาง เทคโนโลยีการรับรู้ภาพและเสียง และเทคโนโลยีในการคาดคะเนและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้ถูกนำไปใช้กับเทคโนโลยีอื่นๆของฮอนด้า ทำให้เกิดความปลอดภัยของการขับขี่ยานพาหนะ ข้อมูลจำเพาะสำคัญของหุ่นยนต์อาซิโมรุ่นใหม่ เมื่อเทียบกับอาซิโมตัวก่อนเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2547 มีดังนี้ 1. ความเร็วในการวิ่ง: 6 กิโลเมตร/ชม. (รุ่นก่อน : 3 กิโลเมตร/ชั่วโมง) เวลาที่อยู่กลางอากาศ : 0.08 วินาที (รุ่นก่อน: 0.05 วินาที) อาซิโมเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 50 มิลลิเมตร ลอยอยู่บนอากาศขณะที่เท้าทั้งสองไม่อยู่บนพื้น 2. ความเร็วในการเดินปกติ : 2.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง (รุ่นก่อน : 2.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง) 3. ความเร็วในการวิ่งเป็นวงกลม : 5 กิโลเมตร/ชั่วโมง (รัศมี 2.5 เมตร) ความลับของมนุษย์ที่ Humanoid พยายามค้นหาและเลียนแบบ คือการปรับตัวเอง (Self Adaptation) อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มนุษย์สามารถเอาตัวรอดได้ในสิ่งแวดล้อมที่ยุ่งเหยิงและสับสน ยุคหนึ่งเราเคยคิดว่า เราสามารถปรับแต่งหรือโปรแกรมการทำงานของหุ่นยนต์ล่วงหน้าได้อย่างละเอียด(Full Calibration) แต่ไม่เป็นความจริง ไปไม่รอดหรอกครับ ตอนหลังจึงมาค้นคว้าวิจัยทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมตลอดเวลาโดยมีเซ็นเซอร์คอยรับข้อมูล การเรียนรู้ของหุ่นยนต์ก็เกิดขึ้นได้ (Habituation vs Sensitization) และเราพบว่าหุ่นยนต์สามารถเอาตัวรอดได้ดีขึ้น แต่ก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับสัญชาตญาณของมนุษย์ ***ข้อคิดเห็น/เสนอแนะ มาที่ผู้เขียนได้ที่ djitt@fibo.kmutt.ac.th —————————————————————————————— ข้อมูลจำเพาะของผู้เขียน ดร. ชิต เหล่าวัฒนา จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ไดัรับทุนมอนบูโช รัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาและทำวิจัยด้านหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอน สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนฟุลไบรท์ และจากบริษัท AT&T ได้รับประกาศนียบัตรด้านการจัดการเทคโนโลยีจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งมลรัฐแมสซาชูเซสต์ (เอ็มไอที) สหรัฐอเมริกา ภายหลังจบการศึกษา ดร. ชิต ได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี และเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม ฟีโบ้ (FIBO) เป็นหน่วยงานหนึ่งในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี เพื่อทำงานวิจัยพื้นฐาน และประยุกต์ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ตลอดจนให้คำปรึกษาหน่วยงานรัฐบาล เอกชน และบริษัทข้ามชาติ (Multi-national companies) ในประเทศไทยด้านการลงทุนทางเทคโนโลยี การใช้งานเทคโนโลยีอัตโนมัติชั้นสูง และการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ |